อีฟส์ บิสซูม่า เซ็นฟรีซบอาแจ็กซ์ หลังหมดสัญญากับสเปอร์ส

อีฟส์ บิสซูม่า อดีตกองกลาง สเปอร์ส เซ็นสัญญาร่วมทัพ อาแจ็กซ์ ถึงจบฤดูกาลนี้ พร้อมออปชั่นขยายเพิ่มอีก 12 เดือน

อีฟส์ บิสซูม่า อดีตกองกลางของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ย้ายร่วมทีม อาแจ็กซ์ อย่างเป็นทางการ ด้วยสัญญาเบื้องต้นจนจบฤดูกาลนี้

กองกลางตัวรับวัย 30 ปี กลายเป็นนักเตะไร้สังกัดนับตั้งแต่ถูก สเปอร์ส ปล่อยตัวในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนบรรลุข้อตกลงย้ายไปค้าแข้งในเนเธอร์แลนด์

สัญญาของ บิสซูม่า กับ อาแจ็กซ์ จะมีผลจนถึงช่วงจบฤดูกาล โดยข้อมูลจาก บีบีซี สปอร์ต ระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวมีเงื่อนไขขยายสัญญาเพิ่มอีก 12 เดือน

ยอร์ดี้ ครัฟฟ์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของ อาแจ็กซ์ เปิดเผยว่า สโมสรได้พูดคุยกับ บิสซูม่า มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม พร้อมแสดงความเชื่อมั่นในประสบการณ์ของนักเตะรายนี้

“เราได้นักเตะที่มีประสบการณ์และรู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะทำผลงานในระดับสูงสุดได้ เขาสามารถเล่นได้หลายตำแหน่ง และเราหวังว่าเขาจะพร้อมลงสนามให้เลือกใช้งานได้โดยเร็วที่สุด” ครัฟฟ์ กล่าวผ่านเว็บไซต์สโมสร

บิสซูม่า ย้ายจาก ไบรท์ตัน มาร่วมทีม สเปอร์ส ในปี 2022 ก่อนลงสนามให้สโมสรจากกรุงลอนดอนไปทั้งหมด 111 นัด

อย่างไรก็ตาม ในเดือนสิงหาคม 2025 บิสซูม่า ถูก โธมัส แฟร้งค์ ซึ่งเวลานั้นเป็นกุนซือ สเปอร์ส ตัดชื่อออกจากทีมในเกมพบ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ศึกยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องการมารายงานตัวล่าช้าอย่างต่อเนื่อง

ฤดูกาลสุดท้ายกับ “ไก่เดือยทอง” บิสซูม่า ลงสนามทั้งหมด 11 นัด โดยเป็นเกมพรีเมียร์ลีกทุกนัด ขณะที่ทีมจบฤดูกาลด้วยอันดับ 17 เป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกัน

ล็องส์ แยกทาง ดิโน่ ท็อพพ์โมลเลอร์ หลังคุมทีมแค่ 6 นัด

ล็องส์ แยกทางกับ ดิโน่ ท็อพพ์โมลเลอร์ หลังคุมทีมเพียง 6 นัด แม้พาทีมคว้าแชมป์โทรเฟ่ เดส์ ช็องปิยงส์ และชนะเกมเปิดหัวแชมเปี้ยนส์ ลีก

ล็องส์ รองแชมป์เก่า ลีก เอิง ฝรั่งเศส ประกาศแยกทางกับ ดิโน่ ท็อพพ์โมลเลอร์ กุนซือชาวเยอรมัน หลังเข้ารับตำแหน่งได้เพียง 28 วัน และคุมทีมลงสนามอย่างเป็นทางการเพียง 6 นัด

การตัดสินใจดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจากผลงานในสนามเพียงอย่างเดียว แต่มีสาเหตุสำคัญมาจากความขัดแย้งภายในเกี่ยวกับการจัดโครงสร้างทีมงานสตาฟฟ์โค้ช

รายงานระบุว่า ฝ่ายบริหารของ ล็องส์ ต้องการปรับโครงสร้างทีมงานและให้ เนลสัน มอร์กาโด้ ผู้ช่วยโค้ชและคนสนิทของ ท็อพพ์โมลเลอร์ ออกจากทีมงาน อย่างไรก็ตาม โค้ชหนุ่มวัย 45 ปี ไม่เห็นด้วย และปฏิเสธที่จะยอมรับการเปลี่ยนแปลงในทีมงานของเขา ทำให้ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้

ท้ายที่สุด ล็องส์ จึงตัดสินใจยุติสัญญากับ ท็อพพ์โมลเลอร์ รวมถึงผู้ช่วยของเขาอีก 2 ราย โดยกุนซือชาวเยอรมันยอมสละค่าชดเชยตามสัญญาส่วนหนึ่งเพื่อช่วยให้การแยกทางเกิดขึ้น

สำหรับ ท็อพพ์โมลเลอร์ ลูกชายของ เคล้าส์ ท็อพพ์โมลเลอร์ อดีตกุนซือชื่อดังในยุค 90 เข้ามารับตำแหน่งต่อจาก ปิแอร์ ซาช ซึ่งย้ายไปรับงานคุมทีม คริสตัล พาเลซ ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ขณะที่ก่อนหน้านี้ ตัวเขาเองก็เคยตกเป็นข่าวได้รับความสนใจจาก พาเลซ และ บอร์นมัธ หลังแยกทางกับ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต

แม้ช่วงเวลาคุมทีมจะแสนสั้นเพียง 28 วัน แต่ ท็อพพ์โมลเลอร์ สามารถพา ล็องส์ คว้าแชมป์ได้หนึ่งรายการ หลังเอาชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 1-0 ในศึก โทรเฟ่ เดส์ ช็องปิยงส์

ส่วนผลงานในรายการอื่น เขาพา ล็องส์ บุกชนะ สลาเวีย ปราก 3-2 ประเดิมศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ขณะที่ในลีก เอิง อยู่อันดับ 10 จากผลงานชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 2 มี 4 คะแนน

หลังการแยกทาง ยานนิค กาอูซัก อดีตกัปตันทีม ล็องส์ และหนึ่งในทีมงานสตาฟฟ์ ได้รับการแต่งตั้งให้เข้ามารับหน้าที่คุมทีมเป็นการชั่วคราวทันที

อิราโอล่า ปลื้ม ลิเวอร์พูล พลังงานเต็มเปี่ยมหลังอัด สเปอร์ส 3-1

อันโดนี่ อิราโอล่า เฮดโค้ชลิเวอร์พูล พอใจฟอร์มทัพ “หงส์แดง” หลังชนะ สเปอร์ส 3-1 ศึกคาราบาว คัพ รอบ 3 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พร้อมชมลูกทีมที่แสดงพลังงานยอดเยี่ยม แม้โดนไล่กดดันช่วงท้ายเกมแต่ก็สามารถยิงประตูตอกฝาโลงได้สำเร็จ

อันโดนี่ อิราโอล่า กุนซือลิเวอร์พูล ยอมรับพอใจกับฟอร์มการเล่นของทัพ “หงส์แดง” อย่างมาก โดยผลงานแบบนี้ใกล้เคียงกับแนวทางการเล่นที่ต้องการ หลังทุบ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 3-1 ศึกคาราบาว คัพ รอบ 3 เมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา

เกมที่สนามแอนฟิลด์ เจ้าบ้านเล่นได้อย่างดุดัน และขึ้นนำ 2-0 จาก อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ และ โกดี้ คักโป ก่อนที่ คอเนอร์ กัลลาเกอร์ จะโหม่งตีไข่แตกให้ “ไก่เดือยทอง” ไล่ตาม 1-2 อย่างไรก็ตามในช่วงทดเจ็บ โดมินิค โซโบซไล ซัดไกลสุดงามเป็นประตูตอกฝาโลงช่วย “หงส์แดง” ชนะ 3-1 ทะลุเข้ารอบ 4 ต่อไป

อิราโอล่า ยอมรับว่า เกมมีช่วงจังหวะที่แตกต่างกันออกไป แต่ตนพอใจกับพลังงานและความมุ่งมั่นของทีม แม้จะมีการปรับเปลี่ยนผู้เล่นหลายตำแหน่งก็ตาม “ผมคิดว่าเกมนี้มีหลายช่วงที่แตกต่างกัน เราเป็นฝ่ายกดดันอย่างหนักและจากนั้นก็ขึ้นนำ”

"แต่เมื่อเราขึ้นนำแล้ว พวกเขาก็เข้ามาอยู่ใกล้พื้นที่ของเรา โดยเฉพาะจากลูกตั้งเตะ ซึ่งเรารับมือได้ลำบาก โดยรวมผมคิดว่าเราทำได้ดี วันนี้ผมรู้สึกว่าในช่วงที่เราเล่นได้ดีเยี่ยม ทีมแสดงให้เห็นถึงพลังงาน ทุกคนช่วยกันผลักดันทีม และมันใกล้เคียงกับสิ่งที่เราอยากให้เป็น"

“ผมพอใจกับผลงานของทีม ผมคิดว่าเกมนี้มีหลายช่วงที่แตกต่างกันออกไป แต่โดยรวมแล้วผมชอบพลังงานที่ทีมแสดงออกมา เราทำประตูได้ แต่สิ่งที่ทำให้ผมมีความสุขคือเราผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้”

"ผมคิดว่าเมื่อสกอร์เป็น 2-0 พวกเขาจำเป็นต้องเสี่ยงและพยายามยึดพื้นที่ในสนามให้ได้มากขึ้น เราป้องกันได้ดี แต่ก็เสียลูกตั้งเตะให้พวกเขาหลายครั้ง และเมื่อพวกเขาทำประตูได้ มันก็สร้างความกดดันให้เราอยู่พอสมควร โชคดีสำหรับเรา เราหาทางทำประตูที่สามได้ และปิดเกมได้อย่างสมบูรณ์แบบ"

ขณะเดียวกัน กุนซือชาวสเปน ยังกล่าวชื่นชอบลูกยิงของ โซโบซไล ว่า “ผมคิดว่าสิ่งที่โดดเด่นของ ดอม (โดมินิค โซโบซไล) คือเมื่อเขาได้จังหวะยิง เขามีโอกาสทำประตูได้เสมอ คุณเชื่อมั่นในตัวเขา เพราะเขาเคยทำแบบนี้มาแล้ว เขาเป็นนักเตะที่จบสกอร์ได้ยอดเยี่ยม”

สิ่งที่แฟนแมนยูควรรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ของ เจเจ กาเบรียล

แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รู้สึกใจหายอย่างมาก หลังมีกระแสข่าวยืนยันว่า เจเจ กาเบรียล ดาวรุ่งพรสวรรค์สูง วัย 15 ปี ยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการเพื่อขอยกเลิกการลงทะเบียนกับสโมสรโดยมีผลทันที ซึ่งจะทำให้เขากลายเป็นนักเตะไร้สังกัด

กาเบรียล อยู่กับ “ปีศาจแดง” มาตั้งแต่อายุ 11 ปี โดยถูกยกให้เป็นหนึ่งในดาวรุ่งเทพประทานที่สุดของวงการฟุตบอลอังกฤษ และถูกวางให้เป็นแข้งอนาคตของทัพ แมนฯ ยูไนเต็ด อีกหนึ่งคน

ดังนั้นการที่ กาเบรียล ตัดสินใจต้องการยุติเส้นทางอาชีพในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แถมก่อนหน้านี้บัญชีโซเชียลมีเดียของเขายังได้ลบเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับ แมนยู ออกทั้งหมด เพื่อแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าต้องการออกไปหาโอกาสกับสโมสรอื่น

งานนี้มาสรุปทุกสิ่งที่แฟนผีโปรเจกต์จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ล่าสุดของ เจเจ กาเบรียล หลังแจ้งความต้องการที่จะอำลาสโมสร

  • คำร้องของ เจเจ กาเบรียล

เจเจ กาเบรียล ดาวรุ่งวัย 15 ปีจากอะคาเดมี่ สร้างความตกตะลึงให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการเพื่อขออำลาสโมสร และจากนั้นปฏิเสธที่จะกลับมาฝึกซ้อมกับทีมของกุนซือ ไมเคิ่ล คาร์ริค ขณะที่ผู้บริหารของ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงไม่ทราบเหตุผลของนักเตะอย่างชัดเจน โดยยืนยันว่าเขาไม่สามารถยกเลิกการลงทะเบียนออกจากสโมสรได้ภายใต้สัญญาฉบับปัจจุบัน

  • ครอบครัวเป็นปัจจัยสำคัญ สื่ออังกฤษหลายสำนักระบุไปทิศทางเดียวกันว่าปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ก็คือคุณพ่อของกาเบรียล ซึ่งทำหน้าที่ดูและและผลักดันภาพลักษณ์เชิงพาณิชย์ตั้งแต่อายุยังน้อย โดยครอบครัวของเขามองว่าสโมสรไม่ให้โอกาส กาเบรียล ซึ่งเป็นการลดทอนการพัฒนาศักยภาพของเขา และทำให้การก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ล่าช้าเกินไป
  • รอยร้าวที่ไม่สามารถประสานกันได้ แม้ กาเบรียล จะมีชื่อซ้อมกับทีมชุดใหญ่และสโมสรเตรียมเปิดโอกาสให้เขาลงสนามเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ แต่สถานการณ์ปัจจุบันในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวของนักเตะ กับบอร์ดบริหารและบรรดาโค้ช “ผีแดง” เต็มไปด้วยความตึงเครียดและมาถึงจุดแตกหักจนกลายเป็นประเด็นร้อนไปเรียบร้อยแล้ว
  • จุดยืนของ แมนฯ ยูไนเต็ด บรรดานักข่าวจาก แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ รายงานว่า แหล่งข่าวของ แมนฯ ยูไนเต็ด ยืนยันว่า กาเบรียล ไม่สามารถยกเลิกการลงทะเบียนกับสโมสรได้ แม้เจ้าตัวจะยื่นคำร้องขอก็ตาม โดยภายใต้กฎระเบียบปัจจุบัน การลงทะเบียนของเขากับสโมสรจะมีผลไปจนจบฤดูกาล
  • คำร้องขอเป็นนักเตะฟรีเอเยนต์ กาเบรียล ยื่นคำร้องขอให้สถานะของเขาเป็นนักเตะฟรีเอเจนต์ทันที หลังลบทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกจากบัญชีโซเชียลมีเดียของตัวเอง ไม่นานหลังจากทำแฮตทริกในศึกยูฟ่า ยูธ ลีก โดยการตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับเส้นทางสู่ทีมชุดใหญ่ รวมถึงการไม่มีชื่ออยู่ในรายชื่อนักเตะ 25 คนชุดหลักของ แมนฯ ยูไนเต็ด สำหรับศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
  • ความสนใจจากสโมสรชั้นนำมากมาย แมนเชสเตอร์ ซิตี้, อาร์เซน่อล, เรอัล มาดริด และ บาเยิร์น มิวนิค ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับดาวรุ่งรายนี้ โดย แมนฯ ซิตี้ พยายามอย่างจริงจังที่จะดึง กาเบรียล ออกจาก โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในปี 2025 ซึ่งมี อูโก้ วิอาน่า ผู้อำนวยการสโมสรเป็นแกนนำในการโน้มน้าวใจ ด้วยการชูเส้นทางจากอะคาเดมี่สู่ทีมชุดใหญ่ผ่านนักเตะอย่าง ฟิล โฟเด้น และ นิโก้ โอไรลี่ย์ อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดแล้ว กาเบรียล เลือกที่จะอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ต่อไป
  • อาร์เซน่อล จ้องตาเป็นมัน หลังจากนั้นทัพ “ปืนใหญ่” ได้ติดตามพัฒนาการอันรวดเร็วของเขาอย่างใกล้ชิด พร้อมชี้ให้เห็นถึงผลงานของสโมสรในการผลักดันดาวรุ่งขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็น แม็กซ์ ดาวแมน และ อีธาน วาเนรี่ เพื่อแสดงให้เห็นว่านักเตะวัย 15 ปีสามารถได้รับโอกาสลงสนามกับทีมชุดใหญ่อย่างจริงจังได้
  • โทษแบนอะคาเดมี่ของ เชลซี เชลซี ยังคงมุ่งเน้นการคว้าตัวดาวรุ่งที่มีศักยภาพสูงที่สุดจากทั่วโลก และกำลังจับตาดูข้อพิพาทระหว่าง กาเบรียล กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม โทษแบนการซื้อนักเตะระดับอะคาเดมี่เป็นเวลา 9 เดือนของสโมสร ซึ่งถูกลงโทษในเดือนมีนาคม ทำให้พวกเขาไม่สามารถเซ็นสัญญาคว้าตัวดาวรุ่งรายนี้ได้ โดยบทลงโทษดังกล่าวครอบคลุมถึงนักเตะเยาวชนที่เคยขึ้นทะเบียนกับอะคาเดมี่ของสโมสรในพรีเมียร์ลีกหรืออีเอฟแอลมาก่อน แต่ไม่รวมถึงนักเตะอะคาเดมี่ที่อยู่กับสโมสรในปัจจุบัน, นักเตะที่มาจากต่างประเทศ หรือผู้เล่นที่ย้ายเข้ามาด้วยสัญญาอาชีพ
  • กฎของพรีเมียร์ลีก แม้จะได้รับความสนใจจากหลายสโมสร แต่ตามกฎแล้ว สโมสรต่างๆ ไม่สามารถเซ็นสัญญาทุนการศึกษากับนักเตะได้จนกว่าพวกเขาจะอายุครบ 16 ปี หรือเซ็นสัญญาอาชีพจนกว่าจะอายุครบ 17 ปี ซึ่งหมายความว่า กาเบรียล จะไม่สามารถผูกมัดกับสัญญาประเภทใดประเภทหนึ่งได้จนกว่าจะถึงวันที่ 6 ตุลาคม โดยกฎของพรีเมียร์ลีกระบุว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถคัดค้านหรือปฏิเสธคำร้องของ กาเบรียล ที่ต้องการยกเลิกการลงทะเบียนกับสโมสรได้
  • รายละเอียดในกฎดังกล่าว “ในระหว่างช่วงเวลาที่บุตรหลานของคุณขึ้นทะเบียนอยู่กับสโมสร การลงทะเบียนของเขาจะสามารถยกเลิกได้ก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน (สโมสร นักเตะ และผู้ปกครอง/ผู้ดูแล) หากทุกฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ บุคคลใดก็ตามที่เกี่ยวข้องยังสามารถยื่นคำร้องต่อพรีเมียร์ลีก เพื่อขอให้มีคำตัดสินที่มีผลผูกพันเกี่ยวกับคำร้องขอยุติการลงทะเบียนได้”

คูตินโญ่ ซบ ซานโตส ผนึกกำลังเพื่อนรัก เนย์มาร์

ซานโตส ประกาศคว้า ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัว เซ็นสัญญาถึงสิ้นปี 2026 หลังแยกทาง วาสโก ดา กาม่า โดยมี เนย์มาร์ เพื่อนสนิทช่วยผลักดันดีล ก่อนทั้งคู่ได้ร่วมงานกันในระดับสโมสร

ซานโตส สโมสรดังในลีกสูงสุดบราซิล ประกาศคว้าตัว ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เพลย์เมกเกอร์มากประสบการณ์เข้าร่วมทีมอย่างเป็นทางการแบบไม่มีค่าตัว โดยเซ็นสัญญาระยะสั้นจนถึงสิ้นปี 2026

คูตินโญ่ ซึ่งสร้างชื่ออย่างโดดเด่นในยุโรปหลังย้ายจาก อินเตอร์ มิลาน มาร่วมทีม ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2013 กลายเป็นนักเตะฟรีเอเจนต์ หลังแยกทางกับ วาสโก ดา กาม่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

รายงานระบุว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ซานโตส เดินหน้าคว้าตัวดาวเตะวัย 34 ปี คือความต้องการของ เนย์มาร์ ที่อยากร่วมงานกับเพื่อนสนิท โดยดาวเตะบราซิเลียนและบริษัทเอเจนซี่ของเขามีส่วนช่วยผลักดันและประสานการเจรจาจนดีลสำเร็จ

เพื่อนกันมานาน แต่ไม่เคยเล่นสโมสรเดียวกัน
คูตินโญ่ กับ เนย์มาร์ รู้จักและสนิทสนมกันมาตั้งแต่ยังเป็นนักเตะเยาวชน รวมถึงผ่านการเล่นร่วมกันในนาม ทีมชาติบราซิล มาอย่างยาวนาน แต่เส้นทางในระดับสโมสรของทั้งคู่กลับไม่เคยมาบรรจบกัน

ตลอดอาชีพค้าแข้ง คูตินโญ่ ผ่านประสบการณ์กับหลายสโมสรชั้นนำของยุโรป ไม่ว่าจะเป็น อินเตอร์ มิลาน, ลิเวอร์พูล, บาร์เซโลน่า และ บาเยิร์น มิวนิค ก่อนกลับไปค้าแข้งในบราซิล

ที่น่าสนใจคือ เส้นทางอาชีพของทั้งคู่เคยเกือบเชื่อมโยงกันมาแล้ว เมื่อ บาร์เซโลน่า ทุ่มเงินคว้า คูตินโญ่ จาก ลิเวอร์พูล ในเดือนมกราคม 2018 หลังจาก เนย์มาร์ ย้ายออกจากถิ่นคัมป์ นู ไปอยู่กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2017

แต่ครั้งนี้ทั้งสองคนจะได้ลงเล่นในสีเสื้อเดียวกันระดับสโมสรเป็นครั้งแรก หลัง ซานโตส ปิดดีลคว้า คูตินโญ่ เข้ามาเสริมทัพ เพื่อร่วมงานกับ เนย์มาร์ ในช่วงที่เหลือของปี 2026

ชี้ชัด ฮาลันด์ ไม่ควรได้ประตู

โจ ฮาร์ท อดีตผู้รักษาประตู แมนซิตี้ ยอมรับสุดเหลือเชื่อกับการตัดสินให้ประตู เออร์ลิง ฮาลันด์ ในเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้

โจ ฮาร์ท อดีตตำนานผู้รักษาประตู แมนซิตี้ ออกโรงตั้งคำถามอย่างหนักกับการตัดสินให้ประตูของ เออร์ลิง ฮาลันด์ ในเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ หลังมองว่า เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ มีส่วนส่งผลต่อจังหวะการทำประตูอย่างชัดเจน

เกมที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เกิดดราม่าในนาทีที่ 60 เมื่อ ฮาลันด์ ยิงบอลจ่อ ๆ เข้าไปตุงตาข่าย แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้า ก่อนที่ ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ จะหยุดเกมเพื่อให้ VAR ตรวจสอบ

หลังใช้เวลาพิจารณาอยู่พักใหญ่ VAR กลับคำตัดสินและยืนยันให้ประตู โดยมองว่า ฮาลันด์ ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าจากจังหวะเปิดบอล เนื่องจากมี แพทริค ดอร์กู ยืนอยู่ในตำแหน่งที่เล่นงานให้เขาไม่ล้ำหน้า

ส่วนกรณีของ เฟร์นานเดซ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าในจังหวะดังกล่าว VAR พิจารณาว่าเจ้าตัว ไม่ได้สัมผัสบอลและไม่ได้เล่นบอล จึงไม่ถือว่ามีส่วนร่วมกับการเล่น

อย่างไรก็ตาม โจ ฮาร์ท ไม่เห็นด้วยกับการตีความดังกล่าว โดยมองว่าการเคลื่อนไหวของ เฟร์นานเดซ ส่งผลต่อแนวรับ แมนยู โดยเฉพาะ ลิซานโดร มาร์ตีเนซ ก่อนที่บอลจะถูกแฉลบไปถึง ฮาลันด์

“การที่ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ อยู่ตรงนั้นและพยายามจะเล่นบอล มันส่งผลกระทบต่อเขา”

“ดังนั้น ถ้าดูตามตัวบทกฎ ผมไม่อยากจะเชื่อเลย ผมไม่อยากจะเชื่อจริง ๆ ว่าทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจครั้งนี้สามารถสรุปได้ว่า เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการเล่น เพราะทุกคนที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลจะบอกคุณได้ว่า เขาส่งผลแน่นอน”

ฮาร์ท ซึ่งเคยลงสนามให้ แมนฯ ซิตี้ ถึง 348 นัดตลอดช่วงเวลา 12 ปี ยังแสดงความเห็นดังกล่าวขณะนั่งวิเคราะห์เกมร่วมกับ ไมเคิ่ล โอเว่น และดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ

ผลบอล แมนยู 0-1 แมนซิตี้: ฮาลันด์ฮีโร่! เรือ10คนบุกปราบผี ศึกผ่าเมือง

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แม้จะเหลือ 10 คนหลัง ฟิล โฟเด้น โดนใบแดงไล่ออกตั้งแต่นาที 23 แต่ครึ่งหลัง เออร์ลิง ฮาลันด์ มายิงประตูชัยพาทัพเรือใบสีฟ้าบุกมาเอาชนะ 1-0 คว้าชัยในพรีเมียร์ลีก 4 นัดรวด เก็บ 12 คะแนนเต็มทาบจ่าฝูงอาร์เซน่อลที่ลูกได้เสียดีกว่า

ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 4 วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2569 เป็นดาร์บี้แมนเชสเตอร์ ระหว่างเจ้าบ้าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนแข่งรั้งอันดับ 13 มีอยู่ 4 คะแนน เปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับคู่ปรับร่วมเมือง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูงที่ชนะมา 3 เกมรวดมี 9 คะแนน

เปิดฉากมารูปเกมค่อนข้างสูสี แต่แล้วนาที 23 กลายเป็นจุดเปลี่ยนของทีมเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลัง ฟิล โฟเด้น ไปเล่นนอกเกมถีบใส่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส จนผู้ตัดสินชูใบแดงไล่อออกจากสนามทันที ทำให้ทัพ “เรือใบสีฟ้า” ต้องเหลือแค่ 10 คน

ท้ายครึ่งแรก นาที 45 เจ้าบ้านเกือบได้ลุ้นขึ้นนำหลัง มาร์คัส แรชฟอร์ด ซัดฟรีคิกไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย ก่อนจบครึ่งแรกยังไร้สกอร์ 0-0

ครึ่งหลัง เอ็นโซ มาเรสก้า กุนซือทัพเรือใบสีฟ้าส่ง อิลิมาน เอ็นดิอาย ลงไปเล่นแทน ไรยัน แชร์กี

ผ่านไปครบหนึ่งชั่วโมงพอพี แฟนผีแดงเกือบเงียบกริบหลัง เออร์ลิง ฮาลันด์ ส่งบอลสู่ก้นตาข่ายไปแล้ว แม้ตอนแรกผู้ตัดสินเป่าเป็นจังหวะล้ำหน้าไปก่อน แต่หลังเช็กวีเออาร์แล้วกลับคำตัดสินให้เป็นประตูแก่ทัพ “เรือใบสีฟ้า” เนื่องจาก ฮาลันด์ ไม่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าทำให้ แมนฯ ซิตี้ บุกมานำเจ้าถิ่น 1-0

นาที 69 ทีมเยือนเกือบได้เม็ดที่สองนำห่างหลัง เอ็นโซ เฟร์นานเดซ ซัดนอกกรอบบอลพุ่งไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย

ช่วงเวลาที่เหลือ “ปีศาจแดง” พยายามเร่งเครื่องเพื่อตีเสมอแต่เจาะแนวรับทีมเยือนไม่เข้า จบเกม แมนยู แพ้คาบ้าน 0-1 ทำให้ แมนซิตี้ คว้าชัย 4 นัดรวดมี 12 แต้มเต็ม ส่วนลูกทีมของ ไมเคิ่ล คาร์ริค มี 4 คะแนน รั้งอันดับ 13 ของตาราง

รายชื่อตัวจริงทั้งสองทีม

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : เซนเน่อ ลัมเมนส์ – ดีโอโก้ ดาโลต์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลิซานโดร มาร์ตีเนซ, แพทริก ดอร์กู – ยูริ ตีเลอมันส์, ค็อบบี้ เมนู – ไบรอัน เอ็มเบอโม่, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด – มาเตอุส คุนญ่า

แมนฯ ซิตี้ (4-2-3-1) : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า – มาเตอุส นูเนส, รูเบน ดิอาส, มาร์ค เกอี, ยอชโก้ กวาร์ดิโอล – เอลเลียต แอนเดอร์สัน, เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ – ฟิล โฟเด้น, ไรยัน แชร์กี, อองตวน เซเมนโย่ – เออร์ลิง ฮาลันด์

วิเคราะห์บอล แมนยู vs แมนซิตี้ 13 ก.ย. 69 : ศึกผ่าเมือง! ผีแดงขอวัดเรือใบ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต่างเพิ่งคว้าชัยในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก เตรียมดวลเดือดที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เกมพรีเมียร์ลีก 13 ก.ย. 69

แมนฯ ยูไนเต็ด – แบ็กซ้ายตัวเก๋าอย่าง ลุค ชอว์ เป็นหนึ่งในนักเตะที่ไม่มีชื่อในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก พบ ซาบาห์ แต่ ไมเคิ่ล คาร์ริค เปิดเผยว่า สาเหตุเป็นเพียงเพราะเจ้าตัวมีอาการตะคริวจากนัดบุกเสมอ เอฟเวอร์ตัน จึงน่าจะได้รับไฟเขียวให้ลงสนามพรีเมียร์ลีกครบ 300 นัดพอดี ขณะที่ ดีโอโก้ ดาโลต์ และ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ มีสิทธิ์คืนตัวจริงเช่นกัน ส่วน คาร์ลอส บาเลบา, มาต์ไตส์ เดอ ลิกต์, มานูเอล อูการ์เต้, ทอม ฮีตัน และ อาหมัด ดิยัลโล่ ยังหมดสิทธิ์ลงสนาม อีกประเด็นที่ต้องเลือกกองหน้าระหว่าง เบนยามิน เชชโก้ กับ มาเตอุส คุนญ่า ยังคงเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงมากที่สุด แต่หลังจากทั้งคู่ทำประตูได้ในเกมชนะ ซาบาห์ สุดท้าย มาร์คัส แรชฟอร์ด อาจเป็นคนที่ต้องหลุดจาก 11 ตัวจริง

แมนฯ ซิตี้ – เอ็นโซ่ มาเรสก้า ไม่มีปัญหาให้ต้องตัดสินใจมากนักในแดนหน้า โดย เออร์ลิง ฮาลันด์ หวังสานต่อสถิติอันยอดเยี่ยม หลังยิงไปแล้ว 8 ประตูจากการลงเล่นแมนเชเตอร์ ดาร์บี้ในลีก อย่างไรก็ตาม มีเพียง 2 ประตูเท่านั้นที่เกิดขึ้นในเกมเยือนโอลด์ แทรฟฟอร์ด อย่างไรก็ตาม เฌเรมี่ โดกู ยังมีปัญหาอาการเจ็บน่อง แต่ นิโก้ โอไรลี่ กลับมาฟิตสมบูรณ์ หลังถอนตัวจากทีมในเกมพบ โคเวนทรี เนื่องจากอาการบาดเจ็บบริเวณหลัง ด้าน เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ถูกส่งลงเป็นตัวจริงเต็มเกมในนัดดังกล่าว และน่าจะได้รักษาตำแหน่งในทีมต่อไป หลังโชว์ฟอร์มโดดเด่นอีกครั้งในเกมพบ ปอร์โต้ พร้อมทำแอสซิสต์ให้ ฮาลันด์ โหม่งทำประตู ส่วน อายูบ บูอัดดี้ น่าจะหลุดจาก 11 ตัวจริงเพื่อเปิดทางให้ เอลเลียต แอนเดอร์สัน

รายชื่อผู้เล่นที่คาดจะลงสนาม

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : เซนเน่อ ลัมเมนส์ – ดีโอโก้ ดาโลต์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลิซานโดร มาร์ตีเนซ, ลุค ชอว์ – ยูริ ตีเลอมันส์, ค็อบบี้ เมนู – ไบรอัน เอ็มเบอโม่, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาเตอุส คุนญ่า – เบนยามิน เชชโก้

แมนฯ ซิตี้ (4-2-3-1) : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า – มาเตอุส นูเนส, รูเบน ดิอาส, มาร์ค เกอี, ยอชโก้ กวาร์ดิโอล – เอลเลียต แอนเดอร์สัน, เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ – อองตวน เซเมนโย่, ไรยัน แชร์กี, อิลิมาน เอ็นดิอาย – เออร์ลิง ฮาลันด์

ความน่าจะเป็นของเกม

ช่วงหลัง แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ไม่ได้เป็นไปตามความคาดหมายเสมอไป โดยซิตี้ เอาชนะ ยูไนเต็ด ได้เพียง 1 จาก 4 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก ขณะที่เกมของทัพปีศาจแดงในฤดูกาลนี้ก็เต็มไปด้วยความสนุกเร้าใจ นอกจากนี้ ทั้งสองทีมยังเป็นสองสโมสรที่มีจำนวนยิงตรงกรอบมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกช่วง 3 นัดแรก โดยทำได้ทีมละ 19 ครั้ง จึงมีโอกาสไม่น้อยที่จะจบลงด้วยผลเสมอสกอร์สูง

ผลการแข่งขันที่คาด

แมนฯ ยูไนเต็ด เสมอ แมนฯ ซิตี้ 2-2

เด แซร์บี้ เข้าใจแฟนโห่ พร้อมรับนักเตะเสียความมั่นใจเกมเจ๊าเอฟเวอร์ตัน

โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ กุนซือเก้าอี้ร้อนของ สเปอร์ส ยอมรับรู้สึกเสียใจกับแฟนบอลหลังทีมรักยังทำผลงานได้ไม่สมกับที่คาดหวัง และเข้าใจเสียงโห่ที่เกิดขึ้น พร้อมระบุตอนนี้นักเตะหลายคนเสียความมั่นใจหลังยิง เอฟเวอร์ตัน ไม่ได้จนเสมอ 0-0 แต่เชื่อทีมยังเดินมาถูกทางแล้ว

โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ ผู้จัดการทีมท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เปิดใจหลังแฟนบอล “ไก่เดือยทอง” ส่งเสียงโห่ดังสนั่นหลังจบเกมที่บุกเสมอ เอฟเวอร์ตัน 0-0 ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา

สเปอร์ส เล่นเกมบุกด้วยความเข้มข้นตั้งแต่นาทีแรก และสร้างโอกาสลุ้นทำประตูได้หลายครั้ง แต่ขาดความเฉียบคม จบเกมพวกเขาไม่สามารถเจาะแนวรับ “แมวดำ” ได้เลย ส่งผลให้เสมอแบบไร้สกอร์

จากสถานการณ์ในตอนนี้ ทัพ “ไก่เดือยทอง” ยังไม่ชนะทีมใดเลยจากการแข่ง 4 เกมแรกในลีก แถมเจาะตาข่ายไม่ได้แม้แต่ประตูเดียวทำให้ตอนนี้ทีมจมปลักอยู่อันดับ 17 โดยผลงานของทีมสวนทางกับการลงทุนของสโมสรในช่วงซัมเมอร์นี้ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่แฟนบอลจะแสดงความไม่พอใจด้วยการส่งเสียงโห่ลั่นสนามหลังจบเกม

เด แซร์บี้ แสดงความเห็นว่า “เรารู้สึกเสียใจกับแฟนบอล พวกเขายอดเยี่ยมมากในวันนี้ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของเกม เมื่อพวกเขาเห็นว่าทีมกำลังพยายามอย่างเต็มที่ เล่นได้ดี และพยายามหาทางทำประตู พวกเขาก็เหมือนอยู่ในสนามเคียงข้างนักเตะของเรา”

ขณะเดียวกัน กุนซือชาวอิตาเลียน ยังกล่าวต่อไปว่าเกมนี้ทีมมีโอกาสได้ยิงเยอะมาก แต่น่าเสียดายที่ไม่เป็นประตู “ช่วง 30 นาทีแรก เราทำได้ดีมาก แต่เราไม่สามารถทำประตูได้ และนั่นทำให้เราสูญเสียความมั่นใจเยอะมาก”

“นี่เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญสำหรับสถานการณ์ในช่วงเวลานี้ ในหลายช่วงของครึ่งหลัง ผมสังเกตเห็นว่านักเตะของผมมีความมั่นใจลดลง และผมไม่ชอบสิ่งนี้ เพราะพวกเขาต้องเชื่อว่าเรากำลังเดินมาถูกทางแล้ว”

แม้ทีมไม่ชนะ และยิงประตูไม่ได้แต่ดูเหมือน เด แซร์บี้ ยังมองในแง่บวกซึ่งสวนทางกับความรู้สึกของลูกทีมที่ไม่ได้คิดแบบนั้น โดยเรื่องนี้ นายใหญ่จากแดนมะกะโรนี ให้เหตุผลว่า “นักเตะก็เป็นมนุษย์ พวกเขามีความรู้สึกอ่อนไหวและมีอารมณ์”

“พวกเขาใช้ความคิดในการตัดสินใจ หน้าที่ของผมคือช่วยเหลือพวกเขาและทำให้พวกเขามีสมาธิกับสิ่งที่เราต้องทำ หากเราเล่นตลอด 90 นาทีได้เหมือนช่วง 30 นาทีแรก เราจะคว้าชัยชนะได้อีกหลายเกม” เด แซร์บี้ ร่ายยาว

เปิดใจหลัง แรชฟอร์ด กลับสู่แมนยู

บรูโน่ แฟร์นันด์ส เผยเบื้องหลังการกลับมาของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังถูกถามถึงนักเตะที่มาซ้อมเร็ว

บรูโน่ แฟร์นันด์ส กัปตันทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยคำตอบสั้น ๆ แต่บ่งบอกถึงบรรยากาศของ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลังกลับมาสู่ทีมในช่วงซัมเมอร์ได้เป็นอย่างดี

แรชฟอร์ด กลับมาร่วมทีม แมนยู ในช่วงปรีซีซั่น หลังหมดสัญญายืมตัวกับ บาร์เซโลน่า และไม่ได้ย้ายถาวร ก่อนจะได้รับโอกาสออกสตาร์ตใน พรีเมียร์ลีก 2 นัดล่าสุด

เมื่อผู้สื่อข่าวจากสกายซ์สปอร์ตถามว่าใครเป็นนักเตะที่มาถึงสนามซ้อมแคร์ริงตันเร็วที่สุด? บรูโน่ ตอบว่าโดยปกติแล้วคือ ดิโอโก้ ดาโลต์ แต่ฤดูกาลนี้มีอีก 2 คนที่มาถึงเร็วด้วย นั่นคือ แรชฟอร์ด และ เบนจามิน เซสโก้

“ฤดูกาลนี้ก็มี แรชฟอร์ด และ เซสโก้ ที่มักจะมาถึงเร็ว พวกเขามาพร้อมกับผม”

คำตอบดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติของ แรชฟอร์ด ที่ดูเปลี่ยนไปหลังกลับมาร่วมทีม โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่าเจ้าตัวสร้างความประทับใจให้กับสตาฟฟ์ด้วยทัศนคติและความทุ่มเทในการฝึกซ้อม

ผลงานในสนามก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณบวก เมื่อ แรชฟอร์ด ออกสตาร์ตในเกม พรีเมียร์ลีก 2 นัดล่าสุด และทำผลงานโดดเด่นในเกมเสมอ เอฟเวอร์ตัน 2-2