แมนยู จับตา คอนเต้ เสียบเก้าอี้ คาร์ริค

กัลโช่แมร์คาโต้ รายงาน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จับตา อันโตนิโอ คอนเต้ เป็นตัวเลือกแทน ไมเคิ่ล คาร์ริค หากตัดสินใจเปลี่ยนกุนซือ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวกำลังจับตาสถานการณ์ของ อันโตนิโอ คอนเต้ เพื่อเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมแทน ไมเคิ่ล คาร์ริค หากสโมสรตัดสินใจเปลี่ยนแปลงกุนซือ ตามรายงานจาก กัลโช่แมร์คาโต้ (Calciomercato) สื่อฟุตบอลในอิตาลี

รายงานระบุว่า สถานการณ์ของ คาร์ริค เริ่มมีความไม่แน่นอนมากขึ้น หลัง แมนฯ ยูไนเต็ด ทำผลงานช่วงออกสตาร์ตพรีเมียร์ลีกได้อย่างน่าผิดหวัง เพิ่งเก็บได้เพียง 5 คะแนนจาก 5 นัดแรก ส่งผลให้ผู้บริหารสโมสรเริ่มเตรียมแผนสำรองหากจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งกุนซือ

ด้าน คอนเต้ ปัจจุบันยังว่างงาน หลังแยกทางกับ นาโปลี เมื่อสิ้นสุดฤดูกาลที่ผ่านมา โดยนอกจาก แมนฯ ยูไนเต็ด แล้ว ยูเวนตุส และ เอซี มิลาน สองยักษ์ใหญ่แห่งอิตาลี ก็ถูกระบุว่ากำลังติดตามสถานการณ์ของกุนซือวัย 57 ปีรายนี้เช่นกัน

กัลโช่แมร์คาโต้ รายงานว่า แม้โดยปกติ คอนเต้ จะชื่นชอบการเริ่มต้นโปรเจกต์ใหม่ตั้งแต่ช่วงก่อนเปิดฤดูกาล แต่เจ้าตัวยังคงมีความสนใจอย่างมากกับโอกาสเข้ามารับภารกิจสร้างทีมครั้งใหญ่กับสโมสรอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด

หากมีการเจรจากันจริง คอนเต้ ต้องการหลักประกันด้านโครงสร้างจากสโมสรอย่างชัดเจน โดยเฉพาะแผนการเสริมทัพในตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคม รวมถึงการสนับสนุนในระยะยาวเพื่อสร้างทีมตามแนวทางของเขา

ขณะเดียวกัน รายงานจากอิตาลีมีข้อมูลแตกต่างจากฝั่งอังกฤษ โดย กัลโช่แมร์คาโต้ ระบุว่า คอนเต้ อยู่ในกลุ่มตัวเลือกสำคัญของ แมนฯ ยูไนเต็ด หากมีการเปลี่ยนแปลงกุนซือ แต่ TEAMtalk สื่อเมืองผู้ดีรายงานว่า บอร์ดบริหาร “ปีศาจแดง” ยังคงแสดงจุดยืนสนับสนุน คาร์ริค และปฏิเสธว่ามีการติดต่อกุนซือจากภายนอกอย่างเป็นทางการในเวลานี้ ทำให้สถานการณ์ของตำแหน่งกุนซือยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นทางการ

แม็ค อัลลิสเตอร์ แจงดราม่าสัญญา ลิเวอร์พูล ย้ำยังแฮปปี้กับแอนฟิลด์

อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ มิดฟิลด์แชมป์โลก ยืนยัน ยังไม่มีการตัดสินใจเรื่องอนาคตกับ ลิเวอร์พูล หลังเคยแสดงความกังวลเรื่องสัญญา พร้อมย้ำมีความสุขและหวังอยู่กับทีมต่อไปอีกหลายปี

อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ กองกลางชาวอาร์เจนไตน์ของ ลิเวอร์พูล ยืนยันว่า ยังไม่มีการตัดสินใจอย่างเป็นรูปธรรมเกี่ยวกับอนาคตของเขาในถิ่นแอนฟิลด์ โดยสัญญาฉบับปัจจุบันจะหมดลงภายในเดือนมิถุนายน 2028

ก่อนหน้านี้ ดาวเตะทีมชาติอาร์เจนตินา ชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 ถูกถามถึงอนาคตของเขากับทัพ “หงส์แดง” และเจ้าตัวยอมรับว่ารู้สึกเสียใจกับสถานการณ์เรื่องสัญญาของตัวเองที่ยังไม่ได้รับข้อเสนอขยายสัญญาใหม่จากต้นสังกัด

ล่าสุด แม็ค อัลลิสเตอร์ เปิดใจว่าความเห็นที่ตนพูดไปก่อนหน้านี้เกิดจากอารมณ์ความรู้สึกในขณะนั้น มากกว่าจะเป็นการวิจารณ์สโมสร “ตอนนี้ยังไม่มีการตัดสินใจอะไรที่เป็นรูปธรรม ความจริงก็คือ ผมยังเหลือสัญญาอีก 2 ปี ใช่ ในงานแถลงข่าวครั้งนั้น ผมถูกถามถึงอนาคตของตัวเองอยู่พอสมควร สิ่งที่พูดออกไปเป็นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกมากกว่า”

"มันไม่ได้เกี่ยวกับการตัดสินสโมสรหรืออะไรทำนองนั้น เพราะท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาคือคนที่บริหารจัดการและเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องต่างๆ และสำหรับผมแล้ว เรื่องนั้นไม่มีปัญหาอะไรเลยแต่อย่างที่ผมบอก ผมจะทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพราะผมยังเหลือสัญญาอีก 2 ปี หลายสิ่งหลายอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดช่วงเวลา 2 ปีนี้ และยังมีทางเลือกอีกมากมาย"

“ดังนั้นสำหรับตัวผม ผมมีความสุขมากกับการอยู่ที่นี่ หวังว่ามันจะเป็นการอยู่ที่นี่ต่อไปอีกหลายปี แต่ถ้าสุดท้ายเหลือเพียง 2 ปี มันก็ถือว่าสมบูรณ์แบบแล้ว และผมต้องการสนุกกับมัน สนุกไปกับครอบครัวของผม เพราะผมไม่เคยสงสัยเลยว่า ที่นี่คือหนึ่งในสโมสรที่ดีที่สุดในโลก” แม็ค อัลลิสเตอร์ ระบุ

ฟูแล่ม 1-1 แมนยู: “คุนญ่า” ซัดกู้ชีพ! ผีแดงบุกเจ๊าเจ้าสัวหืด

“ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด รอดจากการปราชัย 3 นัดรวดทุกรายการหลังได้ มาเตอุส คุนญ่า ซัดตีเสมอในช่วงนาทีสุดท้ายก่อนบุกไปแบ่งแต้มจาก คราเว่น ค็อตเทจ ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 5 ก่อนพักเบรคทีมชาติ ฟูแล่ม บ๊วยสุดของตารางยังไม่ชนะทีมใด ขณะที่ฟอร์มล่าสุดบุกอัด เวสต์แฮม ทะลุรอบ 4 คาราบาว คัพ เกมนี้เปิด คราเว่น ค็อตเทจรับมือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อันดับ 13 ที่ไม่ชนะมาสองเกมติดในลีกหลังล่าสุดพ่ายคาบ้านให้ แมนฯ ซิตี้ 0-1 ก่อนแพ้ในบ้านอีกครั้งให้ ไบรท์ตัน ตกรอบ 3 คาราบาว คัพ

เปิดฉากมา 10 นาทีแรก “ปีศาจแดง” มีโอกาสลุ้นขึ้นนำจากจังหวะซัดไกลนอกกรอบของ ลิซานโดร มาร์ตีเนซ แต่แบร์นด์ เลโน่ ยังยอดเยี่ยมพุ่งปัดออกหลังไปได้

นาที 25 แมนฯ ยูไนเต็ด ทิ้งโอกาสทองอีกครั้งหลัง มาเตอุส คุนญ่า ไปฉกบอลก่อนออกเส้นหลังก่อนหักมาให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซัดไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย

จากนั้น ฟูแล่ม ตอบโต้มาบ้างได้ลุ้นถึงสองครั้งสองคราจาก จอช คิง ที่เติมมาเสาสองแปไปติด ลัมเมนส์ กับอีกครั้งที่พุ่งเซฟลูกยิงของ ซานเดอร์ แบร์เก้

เกมยังเปิดแลกกันสนุก นาที 31 มาเตอุส คุนญ่า ได้ซัดนอกกรอบบอลไปแฉลบแนวรัรบเจ้าถิ่นก่อนหนีมือ เลโน่ ไปชนเสาออกหลังอย่างน่าเสียดาย

อีกนาทีต่อมา แฟนเจ้าสัวน้อยเกือบได้เฮอีกหลัง จอช คิง รับลูกครอสก่อนซัดพุ่งไปมุมล่างซ้ายแต่ เซนเน่อ ลัมเมนส์ ก็ยังเหนียวป้องกันไว้ได้

ก่อนจบครึ่งแรก มาร์คัส แรชฟอร์ด ได้แปโล่งๆกลางประตูแต่บอลเหินคานไปอย่างน่าผิดหวัง จบครึ่งแรกยัง 0-0 ชนิดที่ “ปีศาจแดง” ได้โอกาสยิงถึง 17 ครั้ง ส่วนฟูแล่ม 9 ครั้ง

ครึ่งหลัง นาที 63 กลายเป็นฟูแล่มที่ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ คาลวิน บาสซีย์ ดักบอลได้ก่อนลากขึ้นมาซัดเสาแรกบอลพุ่งแรงไปติด ลัมเมนส์ ทว่ากระดอนไปโดนขา ลิซานโดร มาร์ตีเนซ ก่อนกระดอนเข้าประตูตัวเองไป

นาที 67 แมนฯ ยูไนเต็ด น่าได้ลุ้นตีเสมอหลัง แรชฟอร์ด ไหลให้ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ ปั่นด้วยซ้ายนอกกรอบบอลกำลังเลี้ยวเสียบเสาอยู่แล้วแต่ แบร์นด์ เลโน่ ยังเหนียวพุ่งปัดออกไปอย่างเหลือเชื่อ

เกมทำท่าจะจบลงด้วยชัยชนะนัดแรกของเจ้าถิ่น แต่แล้ว นาที 89 มาเตอุส คุนญ่า มาสวมบทฮีโร่หลังซัดไปแฉลบส่งบอลเปลี่ยนทางเข้าก้นตาข่ายเป็นประตูสำคัญให้ แมนฯ ยูไนเต็ด บุกมาตีเสมอ ฟูแล่ม 1-1 ก่อนจบลงด้วยสกอร์นี้

“เจ้าสัวน้อย” ชวดคว้าชัยนัดแรกมีเพิ่มเป็น 2 แต้มรั้งรองบ๊วยก้นตารางอันดับ 19 ส่วน “ปีศาจแดง” เก็บเพิ่มเป็น 5 คะแนนขยับขึ้นรั้งอันดับ 12 ของตาราง

รายชื่อตัวจริงทั้งสองทีม

ฟูแล่ม (4-2-3-1) : แบร์นด์ เลโน่ – ติโมตี กัสตาญ, ดาวิด อัฟเฟนกรูเบอร์, คาลวิน บาสซีย์, แอนโทนี่ โรบินสัน – ซานเดอร์ แบร์เก้, เช ชาร์ลส์ – ออสการ์ บ็อบบ์, จอช คิง, อเล็กซ์ อิโวบี – กอนซาโล่ การ์เซีย

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : เซนเน่อ ลัมเมนส์ – ดีโอโก้ ดาโลต์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลิซานโดร มาร์ตีเนซ, ลุค ชอว์ – ค็อบบี้ เมนู, ยูริ ตีเลอมันส์ – ไบรอัน เอ็มเบอโม่, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด – มาเตอุส คุนญ่า

มูรินโญ่ ตบะแตกจวกเปาห่วยทำ เรอัล มาดริด พ่ายแอต.มาดริด

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือเรอัล มาดริด ตบะแตกวิจารณ์ผู้ตัดสินเกมแพ้ แอต.มาดริด 1-2 ชี้พลาดไม่ยอมแจกใบแดง 2 จังหวะให้กับนักเตะ “ตราหมี” พร้อมตำหนิเปาไร้ประสบการณ์ไม่คู่ควรตัดสินเกมมาดริด ดาร์บี้

โชเซ่ มูรินโญ่ เทรนเนอร์มากประสบการณ์ของ เรอัล มาดริด ออกโรงจวกผู้ตัดสินที่ทำหน้าที่แย่มากๆในเกมดาร์บี้แมตช์ที่แพ้ แอตเลติโก มาดริด 1-2 ศึกลา ลีกา สเปน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา

แมตช์นี้มีสองจังหวะที่นักเตะของ แอต.มาดริด ควรได้ใบแดงโดยตรงอย่างน้อย 2 ครั้ง แต่ท้ายที่สุดผู้ตัดสินกับปล่อยให้จังหวะเหล่านั้นผ่านไป แต่ในขณะที่ “ราชันชุดขาว” ต้องเหลือผู้เล่น 10 คนจากจังหวะที่ ดีน เฮาเซ่น ทำฟาวล์ในเขตโทษ และสุดท้าย “ราชันชุดขาว” ต้องพบกับความพ่ายแพ้อย่างน่าเจ็บปวด

มูรินโญ่ ซึ่งนำภาพ 2 จังหวะที่นักเตะ เรอัล มาดริด โดนเข้าสกัดอย่างรุนแรงมาโชว์ในงานแถลงข่าวหลังเกม พร้อมกล่าวว่า “เราไม่จำเป็นต้องเสียเวลาที่นี่ในงานแถลงข่าวก็ได้ เพราะภาพรวมของเกมนี้อยู่ตรงนี้ทั้งหมดแล้ว บนกระดาษแผ่นนี้ มีใบแดงอยู่ 2 ใบที่ผู้ตัดสินไม่ยอมแจก เราควรจะได้เล่น 11 คนต่อ 9 คน!”

นอกจากนี้ กุนซือชาวโปรตุเกสยังวิจารณ์การแต่งตั้งผู้ตัดสินลงทำหน้าที่ในเกมมาดริด ดาร์บี้ โดยว่าผู้ตัดสินรายนี้ยังขาดประสบการณ์ที่จำเป็นสำหรับเกมระดับนี้ และยังไม่มีประสบการณ์ทำหน้าที่ในระดับนานาชาติ

“ผู้ตัดสินคนนี้ไม่มีประสบการณ์มากพอที่จะลงทำหน้าที่ในเกมมาดริด ดาร์บี้ เขายังไม่เคยทำหน้าที่ในเกมระดับนานาชาติด้วยซ้ำ พวกคุณ (นักข่าว)รู้ไหมว่าทำไม? เพราะเขาไม่เก่งไง” อดีตนายใหญ่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี และ อินเตอร์ มิลาน กล่าวอย่างหัวเสีย

ผลบอล วิลล่า ปลดล็อกเฮ! บุกดับ สเปอร์ส 3-2 เด แซร์บี้ เก้าอี้ร้อน

แอสตัน วิลล่า คว้าชัยแรกพรีเมียร์ลีก 2026/27 หลังบุกชนะ สเปอร์ส 3-2 ขณะที่ เด แซร์บี้ เจอแรงกดดันหนัก เจ้าถิ่นมีแค่ 2 แต้มจาก 5 นัด

ครึ่งแรก สเปอร์ส เป็นฝ่ายสร้างโอกาสได้มากกว่า โดยทำให้ ไซออน ซูซูกิ ผู้รักษาประตูทีมชาติญี่ปุ่นของ แอสตัน วิลล่า ต้องออกแรงเซฟถึง 4 ครั้ง อย่างไรก็ตาม เจ้าถิ่นต้องเจอข่าวร้ายตั้งแต่นาทีที่ 19 เมื่อ เปโดร ปอร์โร่ มีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหวและถูกเปลี่ยนตัวออก

กระทั่งช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แอสตัน วิลล่า มาได้ประตูขึ้นนำ ฉวยโอกาสที่ มิคกี้ ฟาน เดอ เฟ่น ออกไปปฐมพยาบาลทำให้ สเปอร์ส เหลือ 10 คน ผสมกับความผิดพลาดของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ที่พยายามเคลียร์บอลซึ่งกำลังจะออกหลัง แล้วถูกฉกบอลไปได้ ก่อนที่ บูบาการ์ กามาร่า จะจ่ายยัดเข้าหน้าประตูให้ โยฮัน มานซัมบี้ ยิงจ่อ ๆ ส่งบอลตุงตาข่าย 1-0 พร้อมฉลองการออกสตาร์ตเป็นตัวจริงนัดแรกให้กับ วิลล่า และพักครึ่งไปด้วยสกอร์นี้

ต่อครึ่งหลัง โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ รีบแก้เกมส่ง โมฮัมเหม็ด กูดุส ลงมาแทน มาเตอุส แฟร์นันด์ส และ กูดุส ส่งบอลตุงตาข่ายหลังผ่านหนึ่งชั่วโมง แต่ถูก VAR ริบคืน เนื่องจาก โรเบิร์ตสัน ยืนอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าขณะครอสบอลเข้าเขตโทษ

จากนั้นนาที 67 วิลล่า หนีเป็น 2-0 จากจังหวะสวนกลับเร็ว นิโกลัส แจ็คสัน เล่นชิ่งกับ มานซัมบี้ ก่อนแตะหลบ ฟาน เดอ เฟ่น แล้วตะบันฮาล์ฟวอลเลย์เสียบเสาไกล แม้ อันโตนิน กินสกี้ จะพุ่งปัดถูกทางแต่เอาไม่อยู่

นาที 79 วิลล่า นำห่าง 3-0 เมื่อ จอห์น แม็คกินน์ จ่ายจากฝั่งขวาเข้ากลางให้ เอมิเลียโน่ บวนเดีย ปั่นโค้งเสียบสามเหลี่ยมอย่างสวยงาม ก่อนนาที 86 กูดุส จ่ายให้ คอเนอร์ กัลลาเกอร์ ตัวสำรองยิงตีไข่แตก เป็นประตูแรกของ สเปอร์ส ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ และช่วงทดเวลานาที 90+8 โรเบิร์ตสัน แก้ตัวเปิดฟรีคิกเข้าหัว ยาน พอล ฟาน เฮคเค่อ โขกเสียบตาข่าย แต่น่าเสียดายสุดท้ายไล่ไม่ทัน

จบเกม แอสตัน วิลล่า บุกชนะ สเปอร์ส 3-2 คว้าชัยแรกในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2026/27 ได้สำเร็จ ขณะที่ สเปอร์ส ยังเก็บได้เพียง 2 แต้มจาก 5 นัดแรก ก่อนมีคิวบุกเยือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจบช่วงเบรกทีมชาติ

รายชื่อนักเตะทั้ง 2 ทีม

สเปอร์ส : อันโตนิน คินสกี้ – เปโดร ปอร์โร่ (อาร์ชี่ เกรย์ น.19), ยาน พอล ฟาน เฮคเค่อ, มิคกี้ ฟาน เดอ เฟ่น, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – ซานโดร โตนาลี่ (คอเนอร์ กัลลาเกอร์ น.84), โรดริโก้ เบนตานกูร์ (ลูคัส เบิร์กวัลล์ น.84) – ซาวิโอ, มาเตอุส แฟร์นันด์ส (โมฮัมเหม็ด กูดุส น.46), โอมาร์ มาร์มูช – โดมินิก โซลันกี้ (เจมส์ แมดดิสัน น.66)

แอสตัน วิลล่า : ไซออน ซูซูกิ – แอรอน วาน-บิสซาก้า (แม็ตตี้ แคช น.46), วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, ไทโรน มิงส์, มัตเตโอ รุจเจรี่ – ชูเอา โกเมส, บูบาการ์ กามาร่า (อิบราฮิม เอ็มบาย น.84) – จอห์น แม็คกินน์ (รอสส์ บาร์คลีย์ น.84), เอมิเลียโน่ บวนเดีย, โยฮัน มานซัมบี้ (จอร์จ เฮมมิงส์ น.72) – นิโกลัส แจ็คสัน (แทมมี่ อบราแฮม น.88)

ผู้ตัดสิน : แซม แบร์ร็อตต์

จวกแข้ง อาร์เซน่อล หลังโดน ไบรท์ตัน 3-0

พอล เมอร์สัน ตำนาน อาร์เซน่อล วิจารณ์แข้งปืนใหญ่แบบตรงไปตรงมา หลังโดน ไบรท์ตัน 3-0 ชี้ไม่มีนักเตะคนไหนกล้ารับบอลและลุกขึ้นมาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ทีม

พอล เมอร์สัน ตำนานนักเตะ อาร์เซน่อล ออกโรงวิจารณ์ทีมเก่าของตัวเองอย่างหนัก หลังเห็นฟอร์มการเล่นในเกมที่บุกไปเยือน ไบรท์ตัน ในพรีเมียร์ลีก

อาร์เซน่อล ลงสนามด้วยสถิติชนะรวด 100 เปอร์เซ็นต์ใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ แต่สถานการณ์กลับพลิกอย่างรวดเร็ว เมื่อ ปาสกาล โกรสส์ ยิงให้เจ้าถิ่นขึ้นนำในนาทีที่ 23 ก่อนที่ ชาราลัมโปส คอสตูลา จะบวกประตูที่สองก่อนจบครึ่งแรก

จากนั้นช่วงครึ่งหลัง เชม่า อันเดรส แข้งใหม่ของ ไบรท์ตัน ทำประตูแรกของตัวเองกับสโมสร พร้อมส่งเจ้าบ้านหนีเป็น 3-0

จังหวะดังกล่าวทำให้ เมอร์สัน ซึ่งทำหน้าที่วิเคราะห์เกมในรายการ Soccer Saturday ถึงกับระเบิดอารมณ์ใส่ฟอร์มของ อาร์เซน่อล

“เกือบจะเป็น ไบรท์ตัน ที่ยิงได้อีกแล้ว ทุกอย่างเป็นของ ไบรท์ตัน”

“เดแคลน ไรซ์ กำลังหัวเสีย เขาพยายามเอาบอล แต่ไม่มีใครวิ่งมารับบอล ไม่มีใครอยากได้บอล มันน่าผิดหวังมากสำหรับ อาร์เซน่อล ตอนนี้”

“เวลาทุกอย่างเป็นไปด้วยดีมันก็ง่าย แต่วันนี้มันไม่เป็นแบบนั้น คุณต้องการนักเตะที่พร้อมลุกขึ้นมา รับบอล และสร้างบางอย่างให้เกิดขึ้น แต่ตอนนี้มันไม่เกิดขึ้นเลย”

เมอร์สัน ยังวิจารณ์ต่อในช่วงหลังเกม พร้อมมองว่า ไบรท์ตัน มีโอกาสยิงเพิ่มก่อนที่ อาร์เซน่อล จะได้ประตูคืนด้วยซ้ำ

“ผมคิดว่า ไบรท์ตัน จะยิงได้อีกลูกก่อนที่ อาร์เซน่อล จะยิงได้เสียอีก ตอนนี้ผมแทบมองไม่เห็นว่า อาร์เซน่อล จะมีโอกาสยิงด้วยซ้ำ”

อดีตแข้งปืนใหญ่ยังเจาะจงไปที่ บรูโน่ กิมาไรส์ ซึ่งได้ออกสตาร์ตตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกให้กับ อาร์เซน่อล โดยมองว่านักเตะยังไม่สามารถรับมือกับการไล่บีบของ ไบรท์ตัน ได้

“เขาห่างไกลจากฟอร์มที่ดีที่สุดมาก ผมบอกตั้งแต่พักครึ่งว่าเขาน่าจะถูกเปลี่ยนตัวออก แต่เขายังอยู่ต่ออีกประมาณ 10 นาที”

“ไม่ว่าคุณจะเก่งแค่ไหน ถ้าคู่แข่งกดดันคุณอย่างหนัก ไล่บีบ และไม่ให้คุณมีเวลา มันก็ทำให้ทุกอย่างยากขึ้น และนั่นคือสิ่งที่ ไบรท์ตัน ทำ”

“พวกเขาไม่ปล่อยให้ใครมีเวลาครองบอล เงยหน้ามอง และจ่ายบอล พวกเขาทำได้ยอดเยี่ยมมาก ตอนนี้ผมยังไม่เห็นว่า อาร์เซน่อล จะกลับมาได้”

ความพ่ายแพ้ดังกล่าวยังทำให้ อาร์เซน่อล พลาดโอกาสสร้างสถิติชนะ 8 นัดแรกของฤดูกาล ซึ่งพวกเขาเคยทำได้ครั้งล่าสุดเมื่อปี 1903 หรือเมื่อ 123 ปีก่อน

อลอนโซ่ ต้องเลือก ชาบาร์เรีย ตัวจริง แฟนเชลซีเรียกร้อง โชว์ฟอร์มแจ่ม

แฟนเชลซี ประทับใจฟอร์ม เป๊ป ชาบาร์เรีย หลังทำผลงานโดดเด่นเกมพ่าย เบรนท์ฟอร์ด 0-3 พร้อมเรียกร้องให้ ชาบาร์เรีย ได้ออกสตาร์ทต่อเนื่อง

แม้ เชลซี จะบุกไปพ่าย เบรนท์ฟอร์ด 0-3 แต่หนึ่งในนักเตะที่ได้รับเสียงชื่นชมจากแฟนบอลกลับเป็น เป๊ป ชาบาร์เรีย แบ็กซ้ายคนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร

ชาบาร์เรีย ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในระบบกองหลัง 5 คนของ ชาบี อลอนโซ่ โดยรับบทวิงแบ็ก และสามารถสร้างความประทับใจให้แฟนบอลได้ไม่น้อยจากผลงานตลอดเกม

ดาวเตะวัย 28 ปี ย้ายจาก ราโย บาเยกาโน่ มาร่วมทัพ เชลซี ด้วยค่าตัวราว 16.7 ล้านปอนด์ เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม และดูเหมือนว่าฟอร์มในเกมล่าสุดจะช่วยให้เขาเริ่มได้รับความไว้วางใจจากแฟนบอลมากขึ้น

แฟนเชลซีหลายรายแสดงความเห็นผ่านโซเชียลมีเดีย พร้อมเรียกร้องให้ อลอนโซ่ ส่ง ชาบาร์เรีย ลงสนามอย่างต่อเนื่อง โดยบางรายถึงขั้นมองว่า หากเจ้าตัวฟิตสมบูรณ์แล้ว มาโล กุสโต้ และ ยอร์เรล ฮาโต้ อาจต้องรอโอกาสบนม้านั่งสำรอง

นอกจากนี้ยังมีเสียงชื่นชมการประสานงานระหว่าง ชาบาร์เรีย กับ วาเลนติน บาร์โก้ รวมถึง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่ช่วยเพิ่มความสมดุลให้กับทีม

อย่างไรก็ตาม แม้ผลงานส่วนตัวของ ชาบาร์เรีย จะได้รับคำชม แต่ เชลซี ต้องพบกับความพ่ายแพ้แบบขาดลอย หลัง เบรนท์ฟอร์ด ได้ประตูจาก ไจดอน แอนโธนี่, อิกอร์ ติอาโก้ และ ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่

ก่อนหน้านี้ ชาบาร์เรีย เคยเปิดเผยถึงเหตุผลที่เลือกย้ายมา เชลซี โดยยอมรับว่าการได้เล่นให้หนึ่งในสโมสรชั้นนำของโลกคือ “ความฝัน” พร้อมยกย่อง อลอนโซ่ ว่าเป็นหนึ่งในโค้ชที่ดีที่สุดในยุคปัจจุบัน

“ผมเคยเล่นฟุตบอลในสเปนมาตลอด แต่พรีเมียร์ลีกคือหนึ่งในลีกที่ดีที่สุดในโลกตอนนี้ ทั้งคุณภาพและความเข้มข้น ซึ่งผมคิดว่านี่คือลีกที่เหมาะกับผม”

“ผมได้คุยกับ ชาบี อลอนโซ่ แล้ว ผมมาอยู่ที่นี่ได้ก็เพราะเขา เขาเป็นหนึ่งในโค้ชที่ดีที่สุด และเคยเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมที่สุดด้วย มันเป็นเกียรติที่ได้เล่นภายใต้การคุมทีมของเขา”

อโมริม เหน็บ แมนยู ชูแข้ง มิลาน เร็ว-แกร่งกว่าทีมเก่า

รูเบน อโมริม เฮดโค้ชเอซี มิลาน เปรียบเทียบนักเตะทัพ “ปีศาจแดงดำ” กับ แมนยู ชี้ลูกทีมปัจจุบันมีทั้งเร็วและแข็งแกร่งกว่า ที่สำคัญยังตั้งใจรับฟังสิ่งที่ตนพยายามแนะนำ แถมยังระบุพร้อมปรับแท็กติกเพื่อแก้ปัญหาหลังแพ้ เบนฟิก้า ในเกมยูโรปา ลีก

รูเบน อโมริม เทรนเนอร์ชาวโปรตุกีสของ เอซี มิลาน ออกโรงเหน็บแนมนักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบมีนัย หลังประเดิมความพ่ายแพ้ครั้งแรกในฐานะเฮดโค้ชทัพ “ปีศาจแดงดำ” ในศึกยูโรปา ลีก เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

มิลาน แพ้ เบนฟิก้า 0-2 คาสนามซาน ซิโร่ ในเกม ยูโรปา ลีก รอบ ลีก เฟส ส่งผลให้ตอนนี้ “รอสโซเนรี่” ไม่ชนะใครมาแล้ว 3 นัดติดต่อกัน หลังจากก่อนหน้านี้เสมอกับ ยูเวนตุส และ ลาซิโอ ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี

อโมริม ซึ่งยึดมั่นระบบกองหลังสามตัวอย่างมาก และเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำผลงานย่ำแย่จนสุดท้ายโดนปลดออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เปิดใจพร้อมปรับแท็กติก แถมยังเปรียบเทียบนักเตะมิลาน มีคุณสมบัติบางด้านที่ดีกว่าสิ่งที่เขาเคยเห็นจากลูกทีมสมัยคุมแมนฯ ยูไนเต็ด

"ผมรู้ดีว่าที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ มิลาน ซึ่งเป็นสองสโมสรใหญ่ ที่มีความกดดันว่าต้องคว้าชัยชนะ ผู้คนต่างคาดหวังทุกอย่างให้เกิดขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน และผมก็รู้สึกถึงความกดดันแบบเดียวกันที่นี่"

“ผมคิดว่าทีมนี้มีความแตกต่างอยู่เล็กน้อย พวกเขาคุ้นเคยกับการเล่นโดยใช้กองหลังสามคนมากกว่า พวกเขาเร็วและแข็งแกร่งกว่าเล็กน้อย แน่นอนว่าในตอนนี้ผมยังไม่มีนักเตะที่มีคุณลักษณะชัดเจนและสมบูรณ์แบบตามที่ต้องการ แต่เมื่อคุณเข้ามารับงานกับทีมใหม่ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีนักเตะที่มีคุณลักษณะที่สมบูรณ์แบบเหล่านั้นได้ทันที”

"ผมมองไปที่นักเตะของตัวเอง และคิดว่าพวกเขารับฟังทุกสิ่งที่ผมพูดระหว่างการฝึกซ้อม และนั่นทำให้ผมมีความหวังว่าเราจะสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้" อดีตนายใหญ่เบนฟิก้า กล่าวทิ้งท้าย

แมนฯ ซิตี้ ฟอร์มโหดถล่ม นอริช 5-0 แซมบ้าเบิ้ลลิ่วคาราบาวคัพ

แมนฯ ซิตี้ โชว์ฟอร์มร้อนแรง เปิดบ้านถล่ม นอริช ซิตี้ จากแชมเปี้ยนชิพ 5-0 โดย ฟลอยด์ แซมบ้า เหมาสองประตู พาทีมลิ่วรอบ 16 ทีมสุดท้าย

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ระเบิดฟอร์มร้อนแรงไล่ถล่ม นอริช ซิตี้ ทีมจากแชมเปี้ยนชิพ 5-0 ในศึก คาราบาว คัพ อังกฤษ รอบ 3 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2569 โดย ฟลอยด์ แซมบ้า ทำคนเดียว 2 ประตู ช่วยให้ทัพ “เรือใบสีฟ้า” ผ่านเข้าสู่รอบ 4 หรือรอบ 16 ทีมสุดท้าย ไปพบกับ ไบรท์ตัน

เริ่มเกมมา แมนฯ ซิตี้ เดินหน้าเปิดเกมรุกเข้าใส่ทีมเยือนอย่างต่อเนื่อง ก่อนมาได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 29 จากจังหวะที่ อัลลัน เอเลียส เปิดบอลเข้าไปบริเวณหน้าปากประตู และเป็น ฟลอยด์ แซมบ้า ที่ขึ้นโหม่งส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายให้เจ้าถิ่นนำ นอริช ซิตี้ 1-0

จากนั้นเพียง 3 นาที แมนฯ ซิตี้ มาได้ประตูที่สองในนาทีที่ 32 เมื่อ รายาน แชร์กี้ ได้บอลหลุดขึ้นมาก่อนพาบอลเข้าสู่บริเวณหน้ากรอบเขตโทษ แล้วตัดสินใจยิงส่งบอลเข้าประตู ช่วยให้เจ้าถิ่นหนีเป็น 2-0

ช่วงเวลาที่เหลือของครึ่งแรกไม่มีประตูเพิ่มเติม ก่อนจบ 45 นาทีแรก แมนฯ ซิตี้ เป็นฝ่ายนำ นอริช ซิตี้ 2-0

กลับมาเล่นครึ่งหลังได้เพียง 3 นาที แมนฯ ซิตี้ ขยับสกอร์เป็น 3-0 ในนาทีที่ 48 จากจังหวะที่ อัลลัน เอเลียส เลี้ยงบอลเข้าเขตโทษ ก่อนล็อกหลบแนวรับทีมเยือนและซัดด้วยซ้ายส่งบอลผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไป

จากนั้นนาทีที่ 54 ฟลอยด์ แซมบ้า มาทำประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ ช่วยให้ แมนฯ ซิตี้ นำห่าง นอริช ซิตี้ 4-0

เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 90 ไรอัน แม็กไอดู มาบวกประตูที่ห้าให้กับเจ้าถิ่น ก่อนที่ช่วงเวลาที่เหลือจะไม่มีประตูเพิ่มเติม

จบการแข่งขัน แมนฯ ซิตี้ เปิดบ้านเอาชนะ นอริช ซิตี้ 5-0 ผ่านเข้าสู่ คาราบาว คัพ รอบ 4 หรือรอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยจะพบกับ ไบรท์ตัน ต่อไป

คาร์ริค ยันไม่กดดัน แม้ แมนยู ฟอร์มอนาถ

แพ้ 3 จาก 6 เกม แถมเพิ่งร่วงคาราบาว คัพ คาบ้าน แต่ คาร์ริค ยืนยันแรงกดดันไม่รบกวนแม้แต่นิดเดียว สิ่งเดียวที่สนใจคือพา แมนยู กลับมาชนะและเดินไปในทิศทางที่ดี

ไมเคิ่ล คาร์ริค ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนยันว่าไม่ได้รู้สึกกดดันกับสถานการณ์ของตัวเอง แม้ “ปีศาจแดง” กำลังอยู่ในช่วงผลงานน่าผิดหวัง และล่าสุดเพิ่งพ่าย ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 2-3 ตกรอบสาม ศึกคาราบาว คัพ

แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้คาบ้านสองนัดติดต่อกัน เริ่มจากพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก ทั้งที่คู่ปรับร่วมเมืองเหลือผู้เล่น 10 คนตั้งแต่ช่วงกลางครึ่งแรก

จากนั้นอีกเพียงสามวัน “ปีศาจแดง” ต้องพบความผิดหวังอีกครั้งในคาราบาว คัพ เมื่อออกนำ ไบรท์ตัน 2-0 แต่ไม่สามารถรักษาความได้เปรียบเอาไว้ได้ ก่อนถูกทีมเยือนยิงสามประตูรวด พลิกกลับมาชนะ 3-2 ถึงโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

หลังสิ้นเสียงนกหวีด แฟนบอลเจ้าถิ่นส่งเสียงโห่แสดงความไม่พอใจกับผลงานของทีม อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามถึงแรงกดดันที่กำลังเพิ่มขึ้น คาร์ริค ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเขา

“ไม่เลย ผมไม่ได้รู้สึกกดดัน ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เรื่องนั้นไม่ได้รบกวนผมแม้แต่นิดเดียว”

“โดยปกติแล้วมันไม่ได้รบกวนผมเลย ผมเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นภายนอก และเข้าใจว่าโลกนี้ทำงานอย่างไร แต่โดยทั่วไปแล้วมันไม่ได้รบกวนผม”

อดีตกองกลาง แมนฯ ยูไนเต็ด ระบุว่า สิ่งที่เขาให้ความสำคัญมากกว่ากระแสจากภายนอก คือการพาทีมกลับมาคว้าชัยชนะและสร้างบรรยากาศที่ดีภายในสโมสร

“สิ่งที่รบกวนผมคือการคว้าชัยชนะ และการมีบรรยากาศที่ดีรอบสโมสร รวมถึงความรู้สึกที่ดีภายในกลุ่มนักเตะ เพื่อให้รู้ว่าเรากำลังเดินไปในทิศทางที่ดี นั่นคือสิ่งที่ผมให้ความสำคัญที่สุด” คาร์ริค กล่าว

สำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด ออกสตาร์ตฤดูกาลนี้ด้วยผลงาน ชนะเพียง 2 จาก 6 นัดในทุกรายการ และแพ้ 3 เกม โดยหนึ่งในนั้นคือการบุกแพ้ ฮัลล์ ซิตี้ 0-2 ในนัดเปิดพรีเมียร์ลีก ก่อนล่าสุดจะพ่ายสองเกมติดต่อกันต่อ แมนฯ ซิตี้ และ ไบรท์ตัน

ผลงานดังกล่าวทำให้ คาร์ริค และลูกทีมต้องเร่งเรียกความมั่นใจกลับมา โดยโปรแกรมถัดไป แมนฯ ยูไนเต็ด มีคิวออกไปเยือน ฟูแล่ม ในศึกพรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์นี้